1 ธันวาคม
Suzuki เปิดตัว New Suzuki Swift คอมแพ็คคาร์ที่ล้ำสไตล์ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ ที่งาน Motor Expo 2009
Suzuki เปิดตัว New Suzuki Swift คอมแพ็คคาร์ที่ล้ำสไตล์ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ ที่งาน Motor Expo 2009
บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด “ซูซูกิ สวิฟท์” คอมแพ็คคาร์ที่มาในรูปลักษณ์ล้ำสไตล์ แบบ Cubical Design ฉีกรูปแบบของทุกยานยนต์ที่เคยมีมา
โดยด้านสมรรถนะ ซูซูกิได้ออกแบบเครื่องยนต์ M15A แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เอกสิทธิ์เฉพาะ New Suzuki Swift ซึ่งมีขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 133 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมเทคโนโลยี Variable Valve Timing (VVT) ให้กำลังและแรงบิดสูงทุกอัตราเร่ง ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างฉับไว พร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่งด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 11.7 วินาที ผู้ขับขี่จึงสามารถเร่งแซงได้รวดเร็วทันใจ ให้อิสระภาพการขับขี่และความตื่นเต้นสนุกสนานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการขับรถในเมือง

นอกจากนี้ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.7 เมตร ทำให้ New Suzuki Swift มีความปราดเปรียวและมีความคล่องตัวสูง ในทุกๆ เส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าถนนจะกว้างหรือแคบ จะเป็นตรอกซอกซอย หรือในอาคารที่มีพื้นที่จำกัด ผู้ขับขี่ก็สามารถขับสนุกสุดเหวี่ยงได้ในสไตล์สวิฟท์ และเมื่อผสานกับ Torsion-Beam Rear Suspension ของ New Suzuki Swift ผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงความสมดุลอย่างลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความรู้สึกสบายขณะขับขี่

ภายในห้องโดยสารให้มีสไตล์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ต ให้ความรู้สึกเร้าใจทุกครั้งที่ได้สัมผัส พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบริเวณพวงมาลัย ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย หรือละสายตาจากทัศนวิสัยเบื้องหน้า

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอล ทันสมัย สะดวกสบาย เหนือความคาดหมายของใครๆ ชุดอุปกรณ์เครื่องเสียง ประกอบด้วยวิทยุและเครื่องเล่นซีดี ออกแบบได้อย่างลงตัว ไร้รอยต่อ กลมกลืนกับดีไซน์ของตัวรถ และยังมีระบบ Keyless Start ระบบกรองอากาศ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย
ซูซูกิยังมอบการขับขี่ที่สนุก ควบคู่ไปกับความมั่นใจในการขับขี่ โดยเสริมความปลอดภัยด้วยคานกันกระแทกด้านข้าง ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS) ทั้ง 4 ล้อ และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) พร้อมระบบช่วยเบรก ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจทุกครั้งเมื่อต้องการหยุดรถอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า (SRS) และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ช่วยป้องกันการโจรกรรม

และที่สำคัญ ซูซูกิยังมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทางไปกับ New Suzuki Swift ด้วยบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง (24 Hours Road Side Assistance) และบริการสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย (จากหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐาน โทร. 1800-600-900, จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โทร. 1401-600-900)
 
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Suzuki Swift
 
 
 
24 พฤศจิกายน
ซูซูกิเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย
ซูซูกิเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย
ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เร่งเดินหน้ากับแผนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการอีโคคาร์ของประเทศไทย และได้รับการอนุมัติจากไทยให้สามารถผลิตอีโคคาร์ได้ในเดือนธันวาคม 2550 อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้ชะลอแผนดังกล่าวลง ในขณะเดียวกันกับที่ทางบริษัทได้รับสัญญาณจากไทยให้เดินหน้าก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ ซึ่งในเบื้องต้นนี้ บริษัทจะจัดให้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ ณ นิคมอุตสาหกรรม เหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง ในวันที่ 30 พฤศจิกายน นี้

ซูซูกิวางแผนที่จะลงทุนด้วยเงินจำนวน 20 พันล้านเยน หรือประมาณ 7,500 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ซึ่งมีขีดความสามารถในการขึ้นรูป เชื่อม พ่นสี ประกอบ และผลิตเครื่องยนต์ โดยวางแผนที่จะเริ่มการผลิตอีโคคาร์ที่โรงงานแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป

ซูซูกิยังได้เตรียมการที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานด้านการขายในประเทศไทยอีกด้วย ปัจจุบันมีการทำตลาดรถยนต์ในประเทศไทยผ่านทาง บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งถือเป็นบริษัทลูก และเป็นบริษัทผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยในขณะนี้ โดยทางบริษัทแม่วางแผนที่จะเริ่มถ่ายโอนการดำเนินงานด้านการขายไปยังบริษัทผู้ผลิต คือ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด อย่างค่อยเป็นค่อยไป
 
ภาพรวมของ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
วันที่ก่อตั้ง : เมษายน พ.ศ. 2551
สถานที่ตั้งโรงงาน : นิคมอุตสาหกรรม เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง
พื้นที่โรงงาน : 650,000 ตารางเมตร
เงินลงทุน : ประมาณ 20 พันล้านเยน หรือประมาณ 7,500 ล้านบาท
จำนวนพนักงาน : ประมาณ 800 คน
โมเดลที่จะทำการผลิต : รถยนต์ในกลุ่มคอมแพคคาร์
เวลาที่เริ่มผลิต : มีนาคม พ.ศ. 2555 (ตามแผนที่วางไว้)
ปริมาณการผลิต : ประมาณ 10,000 คัน (ตามที่วางแผนไว้) ภายในสิ้นเดือนธันวาคมของปีแรก
ข้อมูลอ้างอิง : ตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในการเข้าร่วมในโครงการอีโคคาร์ของไทย
 
เครื่องยนต์ที่ผลิต มาตรฐาน
ไอเสีย
ระดับของก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์
อัตราการสิ้นเปลือง
เชื้อเพลิง
ยอดการผลิต
เครื่องยนต์เบนซิน:
1,300 ซีซี หรือต่ำกว่า
เครื่องยนต์ดีเซล:
1,400 ซีซี หรือต่ำกว่า
ยูโร 4 สูงสุด 120 กรัม/กม. สูงสุด 5 ลิตร / 100 กม.
(ขั้นต่ำ 20 กม. / ลิตร)
100,000 เครื่อง
ภายในปีที่ห้า